เมื่อแม่ตั้งครรภ์ได้ 9
เดือน ร่างกายมีเปลี่ยนแปลงไป แม่มีน้ำหนักมากขึ้น ทานอาหารมากขึ้น
อาหารที่เหลือจาการบำรุงลูก จะถูกเก็บสะสมไว้ในรูปไขมันเพื่อเตรียมการคลอด
หน้าท้องขยายใหญ่ต้องอุ้มน้ำหนักลูก ทำให้กล้ามเนื้อของหลัง ช่องท้อง ต้นขา
ต้องเกร็งตัวตลอดเวลา ทำให้มีอาการปวดหลัง เส้นเลือดขอดที่ขา ท้องลาย ขาบวม
คนโบราณหาวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ ด้วยการ “อยู่ไฟ” ซึ่งเป็นความเชื่อที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ
โดยเชื่อว่าการอยู่ไฟ
จะช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้นและทำให้แม่แข็งแรงไม่เจ็บป่วย
ในปัจจุบันความเชื่อนี้ก็ยังได้รับความเชื่อถือและนิยมมากขึ้น
ขั้นตอนการอยู่ไฟ
- การนวดคลาย
- การทับหม้อเกลือ
- การอบสมุนไพร ( เข้ากระโจม )
- การประคบตัว
- อาบน้ำสมุนไพร
1.การนวดคลายกล้ามเนื้อ โดยการยืดเส้น ( จับข้อเท้าและต้นขายืด ) ทำ 3ครั้ง นวดไล่เส้นมือจากต้นขาลงมาเว้นข้อเข่า บีบลงน่อง
หมุนเข่า จับขาพับแบออก กดจากต้นขา 2มือ
ไล่ลงเรื่อยๆถึงเข่า กดมือเดียวจากปลีน่องลงไปถึงข้อเท้า 2-3 เที่ยว เปิดประตูลมขึ้นแขน เปิดประตูลม
นวดพื้นฐานแขนตะแคง นวดหลัง นวดลงเน้นเอว กระเบนเหน็บ นวดสะโพก ทำทั้งสองข้าง
2.การทับหม้อเกลือ อุปกรณ์การทับหม้อเกลือ ประกอบด้วย
* หม้อทะนน 2ใบ แช่น้ำไว้ก่อน 1 คืน เอาขึ้นมาคว่ำตากให้แห้ง ป้องกันหม้อแตกเวลาตั้งไผ
* ผ้าขาว 2 ผืน ขนาด 30x30 ซม.เอาไว้ห่อหม้อเกลือ
* สมุนไพรต่างๆเช่น ไพล ว่านชักมดลูก ขมิ้นอ้อย ( ตำหยาบ
)ใบพลับพลึงเอาไว้รองหม้อเกลือ ถ้าไม่มีใช้ใบยอ ใบตะไคร้ ขมิ้นฝานเป็นแผ่นๆก็ได้
* เกลือเม็ด 2ถุง
* เตาถ่านหรือเตาแก๊ส
วิธีทำเอาเกลือเม็ดใส่หม้อทะนน ยกขึ้นตั้งไฟ คอยฟังเสียงแตกเปรี๊ยะ
รอไปจนเงียบเสียงก็คือเกลือร้อนได้ที่ ปูผ้าขาวแล้วเอาสมุนไพร ที่ตำไว้มาเกลี่ย
เอาหม้อเกลือมาทับ ทับหน้าท้อง 10 นาที
ไล่เส้นหน้าขา พับขาเลข 4 ทับขอบกางเกงใน ขาด้านใน ไล่ขึ้นลง กดนาบขาด้านใน
พอหม้อเกลืออุ่นเอามาวางบนหัวเหน่า เปลี่ยนหม้ออีกใบ ทำขาอีกข้าง แล้วข้าง
แล้วไปท่าตะแคง และคว่ำ ใช้แนวนวดไล่เส้นเป็นหลัก
ประโยชน์ของการทับหม้อเกลือ
1. ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว
2. ลดไขมันหน้า
3. แก้อาการปวดเมื่อย
4. ทำให้โลหิตไหลเวียนดี
5. ขับน้ำคาวปลาออกได้หมด
1. ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว
2. ลดไขมันหน้า
3. แก้อาการปวดเมื่อย
4. ทำให้โลหิตไหลเวียนดี
5. ขับน้ำคาวปลาออกได้หมด
ข้อควรระวัง ไม่รับประทานอาหารมื้อหนักก่อนทำ
ห้ามทำในผู้ที่เป็นไข้
3.การอบสมุนไพร/
การเข้ากระโจม
การอบสมุนไพรหรือการเข้ากระโจมคือ การอบตัวด้วยไอน้ำที่ได้จากการต้มสมุนไพร
เป็นการชำระล้างสิ่งสกปรกที่ตกค้างในร่างกาย ให้ระบายออกทางผิวหนัง
สมุนไพรที่ใช้ในการอบพร้อมสรรพคุณ
ไพล :
แก้ปวดเมื่อย ครั่นเนื้อครั่นตัว
ขมิ้นชัน :
แก้โรคผิวหนัง สมานแผล
ตะไคร้ : ดับกลิ่นคาวบำรุงธาตุ
ใบ- ผิวมะกรูด : แก้ลมวิงเวียนช่วยบำรุงเส้นผมและผิวหนัง
ใบหนาด : แก้โรคผิวหนัง
พุพองน้ำเหลืองเสียและช่วยขับเหงื่อ
ว่านน้ำ : ช่วยขับเหงื่อแก้ไข้
ใบส้มป่อย : แก้หวัดแก้ปวดเมื่อย ชำระร่างกายให้สะอาด
กระชาย : แก้ปวดเมื่อย ปากแตก เป็นแผลใจสั่น
ใบเปล้าใหญ่
: ช่วยถอนพิษ
ผิดสำแดง บำรุงผิว
เกสรทั้ง 5 :
บำรุงหัวใจ
กระวาน : แก้เจ็บตา ตาแฉะ
ตามัว
4.การประคบสมุนไพร
การประคบสมุนไพร คือการนำเอาสมุนไพรหลายๆอย่าง
เอามาห่อรวมกัน เป็นลูกเรียกว่า ลูกประคบ
สมุนไพรส่วนใหญ่ที่นำมาใช้จะมีน้ำมันหอมระเหย เช่น ไพล ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ตะไคร้
มะกรูด การบูร เป็นต้น
ซึ่งเมื่อนำลูกประคบไปนึ่งให้ร้อนก็จะมีกลิ่นระเหยออกมา เป็นวิธีการบำบัดรักษาของแพทย์แผนไทย ที่นำมาใช้ควบคู่กับการนวดไทย โดยจะใช้การะประคบหลังการนวด
หรือประคบไปพร้อมกับการนวดก็ได้
ประโยชน์ของการประคบสมุนไพร
* ช่วยให้เนื้อเยื่อ พังผืด ยืดตัวออก
*ลดการติดขัดของข้อต่อบริเวณที่ประคบ
*ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ
* บรรเทาอาการปวดเมื่อย
* ลดอาการบวมที่เกิดจาการอักเสบของกล้ามเนื้อ หรือบริเวณข้อต่อต่างๆ
*ช่วยกระตุ้น เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต
* สำหรับสตรีหลังการคลอดบุตร
ความร้อนและสมุนไพรที่ทำลูกประคบ
ยังช่วยทำให้เกิดการขับน้ำคาวปลาและมดลูกได้รับความอบอุ่นดี หน้าท้องยุบเร็วขึ้น
* การประคบที่บริเวณทรวงอก
จะช่วยลดอาการคัดที่เต้านม ลดความเจ็บปวดและหลั่งน้ำนมได้ดี
สมุนไพรที่นิยมใช้ทำลูกประคบสำหรับสตรีหลังคลอดบุตร
หัวตะไคร้ ขิงแก่ มะกรูด
เหง้าไพร ใบมะขาม ใบส้มเสี้ยว ชะลูด ขมิ้นอ้อย หัวหอมแดง ผิวส้มโอ
และเกลือหนักสิ่งละเท่ากัน ทำให้ละเอียดและแทรกด้วยการบูรเล็กน้อย
นำมารวมกันใช้ห่อทำลูกประคบ
5.การอาบน้ำสมุนไพร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น