รับปรึกษาเรื่องการอยู่ไฟคุณแม่หลังคลอด ติดต่อ คุณนา โทร.085-3615086

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

การเปลี่ยนแปลงของอวัยวะหลังคลอด

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะหลังคลอด
 1.  มดลูก ในระยะหลังคลอดทันที มดลูกจะเล็กลงคลำได้เป็นก้อนแข็งที่หน้าท้อง หลังจากนั้น 2สัปดาห์ มดลูกจะเข้าไปอยู่ภายในอุ้งเชิงกรานไม่สามารถคลำได้ และจะเล็กลงจนเท่าขนาดปกติก่อนตั้งครรภ์ใน 4 สัปดาห์ ระยะ 2-3 วันแรกหลังคลอด มดลูกจะบีบเกร็งตัวเป็นก้อนแข็ง เพื่อป้องกันการตกเลือดทำให้มีอาการปวดท้องน้อยคล้ายการปวดประจำเดือนมารดาท้องหลังจะปวดมดลูกกว่ามารดาท้องแรก
และจะปวดมากขึ้นเมื่อกำลังให้นมบุตร ดังนั้นคนที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มดลูกจะเจ้าอู่เร็วกว่าคนที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
 2.  น้ำคาวปลา คือเลือดคล้ายประจำเดือนจะค่อยๆจางลง น้ำคาวปลาจะออกมากในวันแรกและจะลดลงตามลำดับหลังจาก 10 วัน กลายเป็นมูกสีขาวจนหมดใน 14 วัน หลังคลอด บางคนอาจมีนานกว่านี้เล็กน้อย
สำหรับมารดาที่ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องน้ำคาวจะจางลง และหมดเร็วกว่ามารดาที่คลอดปกติ
 3.  แผลฝีเย็บ ในระหว่างการคลอด แพทย์จะตัดเย็บเพื่อขยายช่องคลอดให้กว้างขึ้น  และจะเย็บกลับเข้าที่เดิม โดยจะเย็บแผลด้วยไหมละลาย ถ้าเจ็บแผลสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ ยานี้ไม่มีผลต่อบุตรให้นมแม่
อาการเจ็บที่ฝีเย็บมักจะหายไปภายใน 7 วัน หลังคลอด และจะหายสนิทภายใน 3 สัปดาห์หลังคลอด
การดูแลแผลฝีเย็บอย่างถูกต้อง จะช่วยป้องกันปัญหาการอักเสบติดเชื้อได้ ถ้ามีน้ำคาวปลาออกมากควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ  จากนั้นหลังจากถ่ายอุจจาระปนเปื้อนเข้าไปในแผลทำให้เกิดการอักเสบได้
    4.ช่องคลอดและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หลังผ่านการคลอดไปแล้วช่องคลอด จะมีขนาดโตขึ้นมากกว่าปกติ  กล้ามเนื้อต่างๆ ภายในอุ้งเชิงกรานก็จะยึดขยายออกเช่นกัน บางคนอาจจะเรียกการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ว่า กระบังลมหย่อน
ดังนั้นมารดาหลังคลอดควรออกกำลังกายฟื้นฟูสภาพช่องคลอดให้กลับสู่สภาพเดิม โดยการ ขมิบก้น วันละ 20-30 ครั้ง ซึ่งสามารถทำได้ทันที
 5. หน้าท้อง ผนังหน้าท้องของมารดาหลังคลอดจะหย่อนและหนา ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน ของหวานอาหารประเภทแป้งทั้งหลาย
หน้าท้องของมารดาหลังคลอดจะมีดำคล้ำเห็นได้ชัด เป็นผลจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์เซลล์ผิวหนังชุดเดิมจะค่อยๆ หลุดลอก มีการสร้างเซลล์ผิวหนังชุดใหม่ขึ้นมาทดแทนจะเป็นสีเหมือนปกติภายใน 3-4 เดือนหลังคลอด
    6. แผลหน้าท้อง สำหรับมารดาที่ผ่าตัดคลอด  จะมีรอยผ่าตัดยาวประมาณ 10-20 ซ.ม ที่บริเวณหน้าท้องส่วนล่างหรืออาจจะเป็นแผลตามแนวยาว ซึ่งมักจะเย็บด้วยไหมตัดจึงต้องกลับไปตัดไหมหลังผ่าตัดประมาณ 7 วัน กรณีแผลผ่าตัดเป็นรอยขวาง  บริเวณหัวหน่าว
มักจะเป็นไหมละลายไม่ต้องตัดไหม
 ปกติแผลผ่าตัดจะติดจะติดสนิทในเวลาประมาณ 7-10 วัน จึงอาบน้ำได้ หลังอาบน้ำควรเช็ดบริเวณแผลให้แห้งอาจใช้แอลกอฮอล์เช็ดในระยะแรกๆในระยะที่แผลกำลังหายอาจมีอาการค้นบ้างไม่ควรเกาเพราะจะทำให้แผลนูนหนาเป็นแผลเป็นได้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงการสวมกางเกงในตัวเล็กๆ เพราะขอบยางยืดจะกดเสียดสีรอยแผล ทำให้แข็งนูน
    7.   กระเพาะปัสสาวะ หลังคลอด ใหม่ๆ กระเพาะปัสสาวะจะบอบช้ำได้ง่าย ผนังกระเพาะปัสสาวะจะบวมแดงกว่าปติความรู้สึกอยากจะปัสสาวะก็จะลดลงด้วย บางคนอาจมีอาการปัสสาวะไม่ออก  หรือออกไม่หมด  ทำให้ปัสสาวะอักเสบได้ บางคนอาจปัสสาวะเล็ด ขณะไอ หรือจาม อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นใน 3 เดือน โดยเฉพาะถ้าปฏิบัติตัวและบริหารช่องคลอด และกะบังลมอย่าถูกต้อง

การปฏิบัติตัวในระยะหลังคลอด
ควรนอนพัก 4-6 ชั่วโมง อย่าลุกจากเตียงทันทีทันใดเพราะอาจมีอาการหน้ามือเป็นลมได้
โดยปกติแพทย์จะให้รับประทานยาแก้อักเสบยาแก้ปวด และยาบำรุง ควรรับประทานอย่างเคร่งครัดต่อเนื่องจนหมด
มารดาหลังคลอดมีอาการท้องผูก ควรดื่มน้ำมากๆ รับประทานผักสด ผลไม้ อาหารที่มีกาก ให้เพียงพอ  ที่สำคัญห้ามซื้อยาระบายมารับประทานเองเพราะยาบางประเภทอาจหลั่งออกมาทางน้ำนม  ทำให้ลูกมีอาการท้องเสียได้  การดูแลสุขภาพโดยทั่วไป แม่ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มีคุณค่าครบถ้วน โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีนสูง ผักสด ผลไม้ แม่ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ ควรงดอาหารบางอย่าง เช่นของหมักดอง แอลกอฮอร์ ฯลฯ เนื่องจากไม่มีประโยขน์อาจทำให้แม่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอและอาจเป็นผลเสียต่อแม่อีกด้วย
อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง นอกจากทำงานบ้าน
ทำครัวแล้ว  ก่อนจะจับหรืออุ้มลูกน้อยควรล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง
การตรวจหลังคลอด
แพทย์จะนัดตรวจหลังคลอด ประมาณ 4-6 สัปดาห์ หลังคลอด เพื่อตรวจดูอวัยวะภายใน แผลฝีเย็บ  แผลหน้าท้อง ลักษณะน้ำคาวปลา และตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูก
หลังจากนั้นแพทย์จะแนะนำ เรื่องการคุมกำเนิดซึ่งปติควรจะคุมกำเนิดนาน 2-3 ปี


  ข้อควรปฏิบัติของสตรีหลังการคลอดบุตร
ตั้งแต่สตรีเริ่มตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอดบุตร จะมีการเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้นมากมาย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
1.   หลังการคลอดบุตรโดยธรรมชาติ ควรใช้ผ้าพันรัดหน้าท้อง  เป็นการกระชับหน้าท้องและป้องกันมดลูกห้อยย้อย กลับเข้าอู่เร็ว ในรายที่คลอดการด้วยผ่าตัดออกทางหน้าท้องไม่ควรทำ
2.   ควรดื่มน้ำมะขามเปียกใส่เกลือ เพื่อป้องกันท้องผูก  เพราะความบอบช้ำจากการคลอดแผลบริเวณฝีเย็บ ทำให้ขับถ่ายลำบาก
3.   สตรีหลังคลอดบุตรควรนอนพักผ่อนให้มากๆ ควรเดินช้าๆ ก้าวสั้นๆ
4.   ห้ามสระผมตลอดระยะเวลาที่อยู่ไฟ เพราะต่อมใต้สมองสั่งการในการขับของเสีย เช่น น้ำคาวปลา การสระผมทำให้ อุณหภูมิในร่างกายลดลง การที่น้ำคาวปลาไม่ไหลอาจจะทำให้เลือดตีย้อนกลับ เป็นประดงเลือดหรือระบบน้ำเหลืองเสียได้
5.   ควรอาบน้ำอุ่นเสมอ จะใช้น้ำต้มตะไคร้ หรือใบสาวหลง เพื่อให้ร่างกายมีกลิ่นหอม
6.   ต้องทำความสะอาดบริเวณช่องคลอดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หรือนั่งแช่น้ำอุ่นที่ผสมด่างทับทิมเล็กน้อย วันละ2-3ครั้ง แล้วเช็ดให้แห้ง
7.   ต้องทำความสะอาดหัวนม และบริเวณเต้านมทุกครั้งก่อนและหลังให้นมลูก ถ้ามีน้ำนมมากควรปั้มใส่ขวดเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างน้ำนม และป้องกันการปวดคัดที่เต้านม
8.   สตรีหลังคลอดบุตรควรดูแลสุขภาพด้วยการอยู่ไฟ เช่น การประคบ การนวด การนาบหม้อเกลือ การเข้ากระโจม ให้ครบทุกขั้นตอน
9.   สตรีหลังการคลอดบุตร ควรบริหารร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหม เพื่อให้คืนสภาพร่างกายเป็นปกติ                                                                                 
   10. หลังการคลอดบุตร ควรนอนคว่ำโดยหาหมอนนิ่มๆรองบริเวณหน้าท้อง  เพื่อช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น  ถ้าคลอดโดยการผ่าตัดหน้าท้องให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์
   11.ให้ดื่มน้ำอุ่นมากๆ  โดยจะต้องนั่งดื่มเท่านั้น  และดื่มทุกครั้งหลังจาการให้นมแก่ลูก น้ำนมที่ลูกดื่มจากแม่ มีปริมาณน้ำเพียงพอแก่ลูก จึงไม่จำเป็นต้องให้ลูกดื่มน้ำตามก็ได้แต่ผู้เป็นแม่จะต้องดื่มน้ำ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในร่างกาย  รวมทั้งการดื่มน้ำหลังจากทำ การนวด ประคบ อบสมุนไพร หรือกิจกรรมใดๆ ที่เป็นการดูแลสุภาพหลังการคลอดบุตรทุกอย่าง





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น